ปรึกษาปัญหาชีวิต (สำหรับเจ้าของกระทู้)

รู้สึกว่าตัวเองไม่มีความสุขกับชีวิต
รายละเอียด
ตอนนี้อายุ 30 แล้วค่ะ โสดไม่มีแฟน ไม่มีคนมาจีบ ก่อนหน้านี้มีความสุขกับสถานะตัวเอง ไม่มีปัญหาอะไร แต่พอ 30 ก็เริ่มโดนถามเยอะเรื่องไม่มีแฟน หรือเรื่องครอบครัวในอนาคต จากคนรอบข้าง และมีความรู้สึกว่าเราประหลาดไม่เหมือนคนอื่น เริ่มกลัวการอยู่คนเดียว กลัวไม่มีเพื่อน ไม่ชินกับการไปไหนคนเดียว เวลาอยากไปเที่ยว ก็เริ่มไม่มีเพื่อนไปด้วยแล้ว เพราะ เขาติดงาน ติดครอบครัว เศร้าค่ะ นอกจากเรื่องครอบครัว ก็มีเรื่องหน้าที่การงาน อนาคตตัวเอง ตอนนี้ทำงานที่ปัจจุบันมา ปี ได้แล้ว แต่ก่อนหน้านี้เปลี่ยนงานบ่อย สาเหตุที่เปลี่ยนมาจากงานที่ได้ก่อนๆ ไม่มั่นคงบ้าง เงินเดือนน้อยบ้าง แต่พยายามถีบตัวเองเก็บประสบการณ์ พัฒนาตัวเองด้านภาษา และเปลี่ยนงานเพื่อ ให้ได้เงินเดือนเยอะๆ และได้งานที่มั่นคงสวัสดิการดี และมีวันหยุดเยอะ ซึ่งงานปัจจุบันที่ทำอยู่ก็เป็นแบบนี้ แต่ว่าคนรอบข้างไม่เคยเข้าใจและโดนดูถูกว่างานการไม่มั่นคงในชีวิต โดยเฉพาะเพื่อนที่เรียนด้วยกันมา มักโดนถากถางตลอดเวลาเรื่องเปลี่ยนงาน จนเหมือนถูกมองเป็นคนไม่ดีเลยทีเดียว บางทีก็เอามาคิดว่าเราอาจไม่ได้เรื่องจริงๆ ก็ได้ แต่เรื่องจริงแล้วก็ไม่ได้อยากเปลี่ยนงานบ่อยค่ะ แต่จะให้ทำยังไงถ้าที่เก่าเงินเดือนน้อย สวัสดิการไม่ดี แถมโดนเอาเปรียบอีก จะทนอยู่เพื่ออะไร ที่เพื่อนไม่เข้าใจเพราะงานเขาคือข้าราชการ เปลี่ยนไม่ได้อยู่แล้ว อีกอย่างเขามีครอบครัวดี ฐานะดี ไม่ได้เดือดร้อน ต้องเลี้ยงตัวเองเหมือนเรา อีกเรื่องคือเรื่องเรียนค่ะ จบปริญาตรี 2 ใบค่ะ อีกใบเป็นด้านกฏหมาย และอยากเรียนต่อเนติ แต่อีกใจก็ท้อค่ะเพราะ ไม่มีแรงบันดานใจอะไรให้พยายามเลย แต่ว่าใจจริงก็ชอบด้านนี้พราะ มันมีประโยชน์ แต่การเรียนเน มันยากมากค่ะ ต้องทุ่มเทและพยายาม มากๆ และต้องกระทบกับชีวิตประจำวัน ไม่ได้เที่ยวไม่ได้ทำอะไรที่เราอยากทำ ตอนนี้เลยเซ็งกับตัวเอง และมักมีคำถามในใจขึ้นมาขวางเสมอว่า เรียนเพื่ออะไร สับสนระหว่างทุ่มเทกับภาษาที่เราถนัด หรือจะทุ่มเทกับเน หรือจะเอาทั้งสองอย่างแต่ต้องเสียความสุขบางอย่างในชีวิตไป เศร้าสับสน ปน ลังเล ไม่แน่ใจค่ะ เป็นแบบนีมา สองปีแล้วรู้สึกว่าเสียเวลาแต่ว่ามันก็ทำใจเริ่มต้นกับอะไรไม่ได้ซักอย่าง
ความต้องการ
อยากได้คำแนะนำ แนวคิดดีดี ค่ะ เพื่อจะนำมาใช้บ้าง เผื่อจะทำให้ตัวเองเลิกเป็นแบบนี้ซักที ขอความกรุณาให้คำปรึกษา แนะนำด้วยนะค้ะ
ชื่อผู้ถาม
สุปราณี
วันที่เขียน
1 มีนาคม พ.ศ. 2556 11:53:35
จำนวนคนเข้าดู
2917

คำตอบ

คำตอบที่ 1
๑. ตั้งเป้าหมายชีวิต วางแผน และดำเนินอย่างจริงจัง ๒. ไปในที่ที่เจริญใจ หรือได้กำลังใจ หรือได้คิด เช่น วัด บ้านพักคนชรา บ้านเด็กกำพร้า โรงพยาบาล ๓. รวบรวมรายชื่อคนดีที่รู้จักตั้งแต่เกิดมาจนถึงบัดนี้ ใครบ้าง และคนนั้นมีดีอะไร สิ่งใดที่เราประทับใจ ๔. ให้และเห็นความสำคัญกับงาน และคนที่อยู่ต่อหน้า ๕. เขียนประวัติของตนเองว่าหากเราต้องจากโลกไปในวันนี้ คนที่อยู่ข้างหลังจะกล่าวถึงเราว่าอย่างไร
ชื่อผู้ตอบ
อาจารย์ผู้ให้คำปรึกษา 88
วันที่เขียน
2 มีนาคม พ.ศ. 2556 01:13:09
คำตอบที่ 2
อย่าอยู่ในโลกของความคิด จงอยู่ในโลกแห่งความจริง จัดบ้านให้สะอาดเป็นระเบียบ ตั้งใจล้างแก้ว อย่างไม่รีบร้อน สนใจล้างแบบอยู่กับการล้างเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ ใส่ใจเต็มที่ ร้อยเปอร์เซนต์กับสิ่งที่ทำ หยุดเปรียบเทียบ อย่าฝากความสุขไว้ที่ปากใคร สายตาใครขอให้พอใจในสิ่งที่ทำ บริการผู้อื่นด้วยจริงใจ ลองทำดู จะรู้ว่าความสุขอยู่ที่ใด
ชื่อผู้ตอบ
พระวิปัสสนาจารย์ 10
วันที่เขียน
2 มีนาคม พ.ศ. 2556 10:37:56
คำตอบที่ 3
คุณทำทุกอย่างดีแล้ว แต่คุณวิตกกังวลเพราะคนอื่น หยุดสิ่งเหล่านั้นครับแล้วอยู่กับปัจจุบัน ความรู้ที่คุณมีอยู่เป็นประโยชน์ต่อสังคมมากครับ อย่าคิดว่าเราจะได้อะไรจากสังคม แต่ตั้งใจว่าเราจะให้อะไรแก่สังคม การศึกษาที่เราเรียนมาจะเกิดประโยชน์สูงสุดครับ
ชื่อผู้ตอบ
อาจารย์ผู้ให้คำปรึกษา 44
วันที่เขียน
4 มีนาคม พ.ศ. 2556 06:47:10
คำตอบที่ 4
คุณทำทุกอย่างดีแล้ว แต่คุณวิตกกังวลเพราะคนอื่น หยุดสิ่งเหล่านั้นครับแล้วอยู่กับปัจจุบัน ความรู้ที่คุณมีอยู่เป็นประโยชน์ต่อสังคมมากครับ อย่าคิดว่าเราจะได้อะไรจากสังคม แต่ตั้งใจว่าเราจะให้อะไรแก่สังคม การศึกษาที่เราเรียนมาจะเกิดประโยชน์สูงสุดครับ
ชื่อผู้ตอบ
อาจารย์ผู้ให้คำปรึกษา 44
วันที่เขียน
4 มีนาคม พ.ศ. 2556 06:47:21
คำตอบที่ 5
คุณทำทุกอย่างดีแล้ว แต่คุณวิตกกังวลเพราะคนอื่น หยุดสิ่งเหล่านั้นครับแล้วอยู่กับปัจจุบัน ความรู้ที่คุณมีอยู่เป็นประโยชน์ต่อสังคมมากครับ อย่าคิดว่าเราจะได้อะไรจากสังคม แต่ตั้งใจว่าเราจะให้อะไรแก่สังคม การศึกษาที่เราเรียนมาจะเกิดประโยชน์สูงสุดครับ
ชื่อผู้ตอบ
อาจารย์ผู้ให้คำปรึกษา 44
วันที่เขียน
4 มีนาคม พ.ศ. 2556 06:47:22
คำตอบที่ 6
๑ เรามาตัวเปล่านะ ไม่ได้เอาอะไรมาด้วย จากไป ก็ไปตัวเปล่า ที่อยู่นี้ จะเอาอะไร แสวงหาสิ่งใด สิ่งที่ได้มา บางทีต้องสูญเสียไป ต้องทำใจและเข้าใจ ให้พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงเสมอด้วย ๒ ไม่สำคัญว่าได้อะไร หรือเป็นอะไร สำคัญที่ว่า เราเต็มที่กับสิ่งที่ทำ พอใจกับสิ่งที่ได้หรือยัง นั่น คือประตูแห่งความสุข ต่อให้ได้ความเป็นจักรพรรดิ แต่ไม่ยินดี พอใจ ก้หาสุขไม่ แต่หากเป็นชาวนา สมหวัง พอใจ ในความเป็น ก้ย่อมหาสุขใด้ ๓ ท่านอาจเข้าใจว่า อาชีพนั้น ตำแหน่งนั้น สำคัญกว่า อาชีพนี้ ตำแหน่งนี้ แท้ที่จริง ความเป็นทุกอย่างไม่ต่างกันเลย มันก้แค่ความเป็น สิ่งที่ทำให้ต่าง คือ เราคิดไปเอง ปรุงไปเอง แท้ที่จริง ทุกสิ่งสำคัญเท่ากัน และถ้าเราฉลาด ทุกสิ่งที่เราทำ ทุกภาวะที่เราเป็น จะให้ความสุขได้เท่ากัน ความุขมีอยู่แล้ว ความคิดของเราโยนมันไปข้างหน้าแล้ววิ่งตาม ความสุขอยู่ในปัจจุบันขณะ กับสิ่งที่ทำอยู่ เต็มร้อย ๔ ถ้าใจไม่เคยพอ ไม่เคยเห็นคุณค่า ต่อให้เปลี่ยนคน เปลี่ยนงาน เปลี่ยนชีวิตร้อยพันอย่าง ร้อยพันครั้ง ก็หาความสุขพบไม่ ความสุขอยู่กับเราตั้งแต่เกิด แต่เรากลับไปมองหาความสุข ณ ที่อื่น เลิกคิดว่าจะเป็นอะไร จึงจะมีสุข แต่จงเป็นในสิ่งที่เป็นให้เต็มที่ รักและภูมิใจ พอใจ ความสุขก็บังเกิดแล้วทันที ที่นี่ เดี๋ยวนี้
ชื่อผู้ตอบ
พระวิปัสสนาจารย์ 10
วันที่เขียน
5 มีนาคม พ.ศ. 2556 16:40:20
ทั้งหมด 6 รายการ
1 / 1
อ่านป้ายฉลากยา 10,000 รอบ แต่ไม่กินยา มันก็คงรักษาโรคอะไรไม่ได้
เช่นกัน แม้ว่าจะอ่านหนังสือ 10,000 เล่ม ฟังเทศน์ 10,000 เรื่อง ปรึกษาผู้รู้ 10,000 คน ประโยชน์ก็มีเพียงน้อยนิด
หากเราไม่ลงมือทำ ไม่ลงมือปฏิบัติ ไม่พยายามทำ การมัวแต่คิดอยากให้เป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้ไปเฉยๆ จะมีผลสำเร็จอะไร