ปรึกษาปัญหาชีวิต (สำหรับเจ้าของกระทู้)

ท้องแต่ผู้ชายไม่โตพอที่จะรับ
รายละเอียด
สวัสดีค่ะ คือเราเก็บเรื่องนี้จนไม่รู้จะหาทางออกยังไงแล้วค่ะ เข้าเรื่องเลยละกันนะคะ คือ เราอายุ 25 ปี ค่ะ แฟนอายุ 23 เราเจอกันตอนเรียนต่อที่สวิสค่ะ เขาเข้ามาจีบเราก่อน ตอนแรกเราไม่จริงจังกับเขาค่ะ เพราะเราเพิ่งเลิกกับแฟนเก่า แต่เราก็เลยลองคุยดู แล้วมันประจบกับช่วงที่เรายังทำใจเรื่องแฟนเก่าไม่ได้ดี เราก็เลยคุย ลองเปิดใจ เขาดีมากค่ะ เทคแคร์ดี เอาใจใส่ ทำให้เราประทับใจ จนเราก็เป็นแฟนกันค่ะ ตอนฝึกงานเราก็อยู่ด้วยกัน ใช้ชีวิตด้วยกัน เรายอมรับว่า เราก็ไม่ดีค่ะ ตอนเราคบกับเขาแรกๆ เรายังไม่จริงจังกับเขา เราก็คุยกับคนอื่น แต่ก็ไม่ได้คุยแบบจีบมากมาย จนเราฝึกงานเสร็จ เขาก็ต้องกลับไปอยู่ไทย เราต้องกลับมาเรียนต่อปริญญาโทอีก 1 ปีที่สวิสค่ะ พอเรากลับมาสวิส ได้ไม่กี่วัน เขาเห็นเราไปฟอลโล่เพื่อน ผช ( เด็กในโรงเรียนเดียวกัน ) เขาบอกว่าเขารับไม่ได้ และคิดว่าเราต้องคุยกับคนอื่นอีกมากมาย ซึ่งตอนนั้นเราหยุดแล้วค่ะ เราจริงจังกับเขาคนเดียว เราเลิกกันไป 4 เดือนค่ะ แต่ก็ไม่ได้ตัดขาดถาวร ยังมีตามสอดส่องและยังพิมพ์ประชดกันไปมา จนในที่สุดเราก็กลับมาไทย เราก็กลับมาคุยกันอีกครั้งค่ะ และคบกันเรื่อยๆ เราก็มีไปเที่ยวกับเพื่อนบ้าง เรายอมรับค่ะว่าเราทำตัวไม่ดีตอนไปเที่ยว ไม่ได้ไปมีอะไรกับใครนะคะ เราเมามากจนสภาพไม่ไหว เขาก็พาเรากลับไปบ้าน พออีกวันนึง เราอยากไปเที่ยวอีก เขาไม่ให้เราไปค่ะ จนมีเรื่องกันถึงขั้นลงไม้ลงมือจนเรา นอนไม่ได้เพราะช้ำไปทั้งตัวค่ะ และเขาเป็นคนที่ขี้ระแวง หึงหวง และชอบเอาคืน ประชด ซึ่งเราก็เป็นค่ะ คือต่างคนต่างเป็น แต่ไม่เท่าเขา แต่ของเราจะไปฟอล หรือรับเฟรนเพื่อน ผช ไม่ได้ค่ะ แต่ของเขาเราไม่ว่าอะไรนะคะ แต่คือ ถ้าคุณมาห้ามเรา คุณก็ต้องทำด้วยเช่นกัน มันไม่แฟร์ค่ะ คนเราต้องมีเพื่อน มีสังคม เราก็คบกันแบบนี้มาตลอด จนในที่สุดวันที่เราชอคมากก็มาถึง เราท้องค่ะ แต่เราก็กินยาคุมนะคะ แต่กินไม่ตรงเวลา บางวันก็ลืม คือเราคิดว่าเราไม่น่าจะท้องง่าย เพราะความโง่ของเราด้วยแหละค่ะ คิดว่ายาอย่างเดียวคุมได้ เพราะปกติเราไม่เคยใช้ถุงยางอนามัยกันเลยค่ะ นับเป็นความผิดพลาดของเรามากๆ เราก็ชอคค่ะ เพราะเราต้องเรียนอีกสองเดือนถึงจบปริญญาโท เรารู้ตอน 5 สัปดาห์เพราะ ปจด เราไม่มา แล้วเราเหม็นอาหาร เราทราบเราก็บอกพ่อแม่เรา พ่อแม่เราก็ตกใจและบอกว่าให้รีบบอกแฟน และให้แฟนรีบมาจัดการแต่งงานบังหน้าไปก่อน เล็กๆก็ได้เพื่อไม่อับอาย ตอนแรกที่เราเรารู้แฟนเราร้องไห้และกอดเราบอกเราว่ารักเรา ไม่เป็นไรช่วยกันดูแล เราก็ร้องค่ะ และหลังจากนั้นแฟนเราก็ไปบอกครอบครัวเขา พ่อของเขาบอกว่าให้ลุงเขาจัดการแทน จนเวลาผ่านไปก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้า แม่เราเลยบอกว่าถ้าไม่แต่งงานก็ได้ แต่ยังไงก็ต้องรับผิดชอบเด็กโดยการให้ค่าเลี้ยงดู ยังไงก็ต้องช่วยกันแก้ปัญหา เพราะมันพลาดมาแล้ว แม่เราก็คุยกับแฟนเรา แฟนเราก็บอกว่าเขาก็ไม่รู้จะทำยังไง ต้องถามพ่อก่อน ถามลุงก่อน ยืดเยื้อจนเวลาผ่านมาจนตอนนี้จะสามเดือน จนแม่เราทนไม่ไหวเพราะท้องเราเริ่มออก แม่เราเลยบอกว่าถ้าจะไม่รับผิดชอบก็ไม่เป็นไร ขอให้บอกตรงๆ ไม่ใช่มาบ่ายเบี่ยงแบบนี้ไปเรื่อยๆ พ่อเราก็ไม่พอใจเช่นกันค่ะ เลยว่าแฟนเราว่าไม่มีความรับผิดชอบ ไม่ใช่ลูกผู้ชาย แฟนเราก็ด่าเราว่าเราเข้าข้างแม่กับพ่อเรา ด่าว่าแม่เราเห็นแก่ตัว จะเอาเงินหรือจะให้แต่งงานให้ได้ คือเราชอคมากค่ะ ไม่คิดว่าจะได้ยินแบบนี้ พ่อเราเลยทนไม่ได้ เลยด่าไป ทีนี้ ทางฝ่ายเขา คือพ่อของแฟนเราก็ห้ามแฟนเราคุยกับเราอีก และห้ามมาหา และแฟนเราก็เชื่อค่ะ ไม่มา เราก็ไม่เข้าใจนะคะ ว่าทำไมพ่อเขาถึงทำแบบนี้ จะเกลียดเรา เราไม่ว่าค่ะ แต่ลูกเขาก็คือพ่อของลูกเรา ( ครอบครัวเขามีพ่อ แม่เลี้ยง และตัวเขาและพี่ชายเขา 1 คนคะ ) พี่ชายเขาก็ทำผญ ท้องเช่นกัน แล้วก็เป็นแบบนี้ เราก็เลยกลัวว่าอนาคตลูกเราต้องแยกกันอยู่กับพ่อแม่ มันไม่มีความสุขหรอกค่ะ สงสารลูกที่จะเกิดมามากๆ ตอนไปบ้านเขา เราก็รู้ค่ะว่าพี่ชายเขาไม่ชอบเรา เราพยายามดีเข้าหา ชวนคุย แต่เขาก็เหมือนไม่อยากคุย แล้วแฟนเรา จะเป็นคนที่ดูแลพี่ชายตลอดค่ะ ไม่ว่าจะยกเก้าอี้ให้ ต่อไวไฟ หรือ สั่งอาหารให้ ยกอาหาร เก็บของให้ จองตั๋วหนังให้ หรือขับรถรับส่งลูกพี่ชาย และล่าสุด พี่ชายเขาก็เอาเบอร์แฟนเราโทรมาหาเราว่า ไปด่าครอบครัวเขาทำไม ? คือ เราไม่ได้ด่าแบบหยาบคายค่ะ เราชอบแชร์กระทู้ แชร์โพส แบบนี้ ถ้าจะด่าคงด่าว่าทำไมพ่อของเขาไม่ยอมมาจัดการ หายไปเลย  มาคุยก็ไม่คุย ทำไมต้องให้ลุงเคลียร์ให้ตลอด คุยไปคุยมาพี่ชายแฟนเราก็อารมณ์ขึ้นค่ะ เราเลยบอกว่าให้ทำตัวเองให้ดีก่อน ก่อนที่จะสั่งสอนคนอื่น พี่ชายเขาอายุเท่าเราค่ะ เราก็ถามว่าทำไมไม่สั่งสอนน้องตัวเองบ้างให้รับผิดชอบ เขาก็บอกว่า ก็รับผิดชอบแล้วไงเงินกับเลี้ยงดู เอิ่ม...คือแบบเราไม่ต้องการค่ะ! เราต้องการให้เขาใส่ใจบ้าง มีความเป็นพ่อคนบ้าง เราจะเป็นจะตายยังไงเขาไม่เคยสนใจ  แถมวันๆหาเรื่องว่าเรามีคนอื่น ด่าเราว่าเป็นแม่ของลูกที่เลว ด่าเราว่า สารพัด เราก็เถียงว่าแล้วที่น้องชายเขาด่าพ่อแม่เราล่ะ ใครจะยอม เขาก็เลยวางสายใส่แบบอารมณ์เสียและบล๊อคเบอร์เรา บล๊อคข้อความ ไอจี หรือไลน์ คือเอาตรงๆนะคะเราก็อยากเคลียร์อยากคุยให้จบ แต่มันไม่ใช่เลยค่ะ ใช้อารมณ์คุย ยังงก็คุยไม่รู้เรื่อง เราก็ถามพี่ชายเขาว่า มายุ่งอะไรด้วย เขาก็บอกว่าเขาเป็นหัวหน้าครอบครัว เขาตองดูแล เอิ่ม...คือลูกตัวเองกับเมียยังตัวเองแก้ปัญหาตัวเองไม่ได้เลยค่ะ แล้วแฟนเราจะเป็นอะไรที่เชื่อพี่ชายมาก เชื่อพ่อมาก จนคิดอะไรเองไม่เป็นค่ะ เหมือนจะทำอะไรต้องถามพ่อตลอด ถามพี่ชายตลอด ขออนุญาตก่อนตลอด แค่เราจะไป รพ. เชคลูก พ่อเขาก็บอกว่าไม่ต้องมา .... แล้วนี่ที่เราเคลียดคือ พ่อแม่เราไม่โอเครกับครอบครัวนี้มาก และรวมถึงตัวแฟนเราด้วย วันนี้แม่เราได้ไปคุยกับลุง และแฟนเรากับย่าของเขา ย่าเขาบอกว่า แล้วทำไมไม่เอาออกตั้งแต่เดือนแรกๆ ตอนนี้หลานเค้าก็เลี้ยงลูกของพี่ชายอยู่  แฟนเราก็ไม่ไหว้แม่เราค่ะ ลุงเขาเลยบอกว่า เดี๋ยวจะนัดกินข้าวกันสองครอบครัว ถือว่าเป็นการรับรู้กันทั้งสองฝ่าย....ที่พ่อแฟนเราเป็นแบบนี่ไม่ได้รังเกียจ แค่ยังไม่พร้อม เอื่ม!! พูดมาได้ไง แล้วพ่อแม่เราล่ะพร้อมมาก? เห็นแก่ตัวไปนะ คือทำแบบนี้มันน่าเกลียดไปไหมคะ อย่างน้อยถูกข้อไม้ข้อมือ เลี้ยงพระเล็กน้อยก็พอแล้วค่ะ เราก็ไม่อยากแต่งหรอกค่ะ เพราะมีแต่ปัญหา แต่เราสงสารแม่เราที่ต้องอับอายชาวบ้าน เพราะแม่เราคนรู้จักเยอะมาก วันนี้พ่อเราก็โทรไปหาแฟนเรา เพื่อที่จะถามว่าทำไมพี่ชายต้องมาด่า เพราะเขาอยากฟังความสองฝ่าย แฟนเราก็ตัดสายทิ้งค่ะ แม่เราบอกว่าเป็นแบบนี้แม่สงสารเรามาก อนาคตก็ไม่มี แฟนก็ไม่ทำอะไรแถมยังเป็นลูกแหง่ ทางบ้านนั้นเขาก็ไม่รับผิดชอบ ถึงอยู่กันไปก็มีปัญหาแน่นอน เพราะเขาอยู่รวมกับพี่ชาย ต้องแยกอยู่ แม่เราก็มีที่ใ้ห้ปลูกบ้านใหม่ มีที่ให้ลงทุนทำกิจการ ในอนาคต เขาก็ไม่คิดถึงอนาคตค่ะ วันๆเขาก็อยู่บ้านไม่ทำอะไร ออกไปกินข้าวกับพี่ เล่นเกมส์ ชีวิตมีแค่นี้ แถมยังเข้าข้างพี่น้องเขา ไม่มีความคิดผู้นำ แม่เราเลยอยากให้เอาเด็กออกค่ะ เพราะว่า ชาวบ้านจะนินทาได้ว่าท้องไม่มีพ่อ แล้วไปมีชีวิตใหม่ เริ่มใหม่ แม่จะส่งเราให้ไปอยู่ต่างประเทศ และแม่เราบอกว่าที่เรียกสินสอด เขาจะไม่เอาสักบาท จะให้กลับคืนไปหมด ที่ให้ทำเพราะรักษาหน้าเขาบ้างแค่นั้นค่ะ แต่ทางนั้นไม่สนใจอะไรเลย มีแต่ลุงเขาคนเดียวที่ดีมาก คอยแก้ปัญหาให้ตลอด แต่เขาก็ทำอะไรมากไม่ได้ค่ะ มันอยู่ที่ตัวแฟนเรา เราพร้อมที่จะแก้ปัญหาทุกอย่างช่วยกัน แต่แฟนเราไม่คิดที่จะช่วยกันเลย พูดอย่างเดียวว่ารอลูกเกิดๆ แล้วเขาไม่คิดหรอว่ามันลำบากเราขนาดไหน เราแพ้ขนาดไหน ไปไหน ทำอะไรก็ลำบาก ถามสักคำก็ไม่มี แล้วแฟนเราเขาจะชอบให้เราถ่ายรูปหน้าอกเราแล้วส่งให้เขาดูค่ะ แล้วเขาจะพูดดีมาก บางทีให้เราคอลวิดิโอกับเขาแล้วเขาก็จะ ช่วยตัวเอง เขาก็ชอบถ่ายคลิป ถ่ายรูปเราไว้เยอะมากค่ ะแล้วเราโง่มากที่ยอมให้เขาทำ ตอนนี้เรากับแฟนเราและพี่ชายเขา เกลียดกันมากเลยค่ะ เราไม่อยากไปยุ่ง เราบอกแม่เราว่า เราตัดได้ทุกอย่าง ตัดแฟนเรา ตัดขาดครอบครัวทางนั้น เราดูแลลูกเราได้ แต่แม่เราไม่ยอมค่ะ จะให้เอาเด็กออกแล้วไปมีอนาคตใหม่ เราควรทำอย่างไรดีคะ เราสงสารลูกเรามาก และเรายิ่งโดนกดดันเรายิ่งจะเป็นบ้าค่ะ เคยทำร้ายตัวเอง คิดฆ่าตัวตายไปกับลูก ปัญหาได้จบ ตอนนี้เราต้องกินยาแก้โรคซึมเศร้า ทุกวันค่ะ เราต้องรักษาจิตเวชด้วย แล้วมาเจออะไรแบบนี้มันแน่มากเลยค่ะ ควรทำอย่างไรดีคะ เราไม่คิดเลยว่าแฟนเราจะเป็นแบบนี้..... ล่าสุดค่ะ เรายอมขอโทษทางครอบครัวเขา ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าเราผิดอะไร ทั้งที่ทางนู้นทำเราแสนสาหัสก่อน แต่แฟนเราไม่จบค่ะ ไม่ยอมปช่อยวาง บอกว่า ไม่อยากเจอพ่อแม่เรา เราต้องไป รพ. เขาก็ไม่มาเหตุผลเพราะรำคาญพ่อแม่เรา แค่นี้ค่ะ เขาบอกว่า เราจะด่าอะไรก็ด่าไป ด่าว่าเราไม่โต ไม่มีความคิด เห็นแก่ตัว ด่าพ่อแม่เราว่าไม่มีความคิด คือ ครอบครัวเขาไม่ผิด และตัวเขาไม่ผิดเลยค่ะ ...
ความต้องการ
ทำอย่างไรดีคะ กับเหตุการณ์แบบนี้ สงสารลูกที่จะเกิดมากค่ะ เมื่อไรเขาจะคิดได้คะ มีทางไหนจะทำให้เขาคิดได้บ้างไหมคะ พยายามทุกอย่างแล้วพูดอย่างไรเขาก็คิดไม่ได้ ด่าเราว่าพูดแบบเดิม น่ารำคาญ
ชื่อผู้ถาม
สร
วันที่เขียน
18 กันยายน พ.ศ. 2561 12:31:55
จำนวนคนเข้าดู
60

คำตอบ

คำตอบที่ 1
ทำอย่างไรดีคะ กับเหตุการณ์แบบนี้ สงสารลูกที่จะเกิดมากค่ะ ตอบ ทำใจ ปล่อยวาง ไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับทางพวกเขาอีก จบก็คือจบ ตั้งใจทำงาน เลี้ยงลูกของเราไป เพราะเกิดกันมาแล้ว แผนการชีวิตของเราก็ต้องยอมเปลี่ยนไป ทุ่มเทเวลาเพื่อลูกดีกว่า ไม่ต้องไปเรียนต่อก็ได้ เพราะเรียนมาแล้วก็ต้องมาทำงานหาเงินอยู่ดี จะทิ้งลูกไปเรียนก็ไม่ถูก เด็กต้องการไออุ่นจากแม่ อย่าคิดว่า เด็กคือมาร คือตัวมาขัดขวางความก้าวหน้าของเรา เพราะเขาไม่ได้เกิดขึ้นเอง แต่เขาเกิดเพราะเรากับผู้ชายนอนร่วมกัน จึงเป็นองค์ประกอบให้เขาเกิดมาได้ ให้คิดว่า เขาคือของขวัญจากสวรรค์ อย่าไปคิดในแง่ร้ายกับเขา เด็กนั้นเกิดมา มีข้าวกิน มีคนเลี้ยง เขาก็โตได้ ไม่มีพ่อก็ไม่เป็นไร สงสารและดูแลตัวเองดีกว่า จะเข้มแข็งได้อย่างไร จะมั่นคงได้อย่างไร เมื่อไรเขาจะคิดได้คะ ตอบ บอกไม่ได้ อยู่ที่เขา แต่เขาจะคิดได้ คิดไม่ได้เรื่องของเขา เราอย่าไปคาดหวังเลย ห่างออกมาได้จากคนแบบนั้นก็ดีแล้ว ที่ผ่านมา เราเสียเวลามากไปด้วยซ้ำ ปล่อยใจปลอยตัวกับเขาง่ายไป ไม่ละเอียดถี่ถ้วนพอ มีทางไหนจะทำให้เขาคิดได้บ้างไหมคะ พยายามทุกอย่างแล้วพูดอย่างไรเขาก็คิดไม่ได้ ด่าเราว่าพูดแบบเดิม น่ารำคาญ ตอบ ถ้าเขาไปศึกษาธรรม ปฏิบัติธรรมบ่อย ๆ ก็อาจจะทำให้เขาคิดได้ สำนึกได้ว่า ตัวเองเป็นพ่อคน มีภรรยาแล้ว ไม่ใช่แค่คู่นอนยามต้องการ เขาก็จะคิดต่อว่า จะสร้างฐานะดูแลครอบครัวอย่างไร ถ้าเขาไม่สนใจศึกษาปฏิบัติธรรมเลย เสพติดกิน เล่นเกมส์ ผลาญเวลาทิ้งไปวัน ๆ คงคิดอะไรไม่ได้ อาจจะคิดได้ตอนแก่ชราจนไม่มีแรงแล้ว อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้น เราได้บทเรียนชีวิตแล้ว ชีวิตคือสิ่งละเอียด ชีวิตเราแต่ละคนเป็นไปต่าง ๆ เพราะการเลือก การคิด การตัดสินใจของคน ๆ นั้นเอง จะไปโทษคนอื่นก็อาจไม่ถูกต้องทั้งหมด ให้มองว่า มันคือบทเรียนให้เราได้เรียนรู้ ได้ประสบการณ์ การผิดหวัง การเสียใจ ณ วันนี้ จะทำให้เราเป็นผู้ใหญ่ขึ้น เติบโตขึ้น และจะมองหาว่า อะไรคือสาระของชีวิต แล้วมุ่งไปทางนั้น ไม่ว่าอย่างไร เด็กไม่ได้ผิดอะไร เขาคือลูกของเรา ลำบากแค่ไหน เราก็ต้องเลี้ยงดูเขาไป อย่าฆ่าลูกตัวเอง ไม่ว่ากรณีใด ๆ เพราะผลบาปที่จะเกิดตามมาจากการฆ่าคนนั้น มันหนักหนานัก ไม่มีอะไรชดใช้ได้ อย่าให้คำว่า "ขายหน้า รักษาหน้าตาพ่อแม่ ญาติ" แล้วยอมไปทำบาปกรรมหนักแบบนี้ อาย หรือไม่อาย มันอยู่ที่การยึดติด เรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว ต้องกล้ามองความจริง ยอมรับความเป็นจริงให้ได้ ไม่ต้องปกปิดความจริง ไม่ต้องอายความจริง คนอื่น ๆ จะถาม จะนินทาอย่างไร ก็ช่างเขา และไม่ต้องไปโกรธเกลียดพวกเขา ดูตรงนี้ประกอบ https://www.buddhisthotline.com/index.php?page=frmnews6&newsid=116
ชื่อผู้ตอบ
อาจารย์ผู้ให้คำปรึกษา 99
วันที่เขียน
20 กันยายน พ.ศ. 2561 22:05:06
คำตอบที่ 2
ชื่อผู้ตอบ
อาจารย์ผู้ให้คำปรึกษา 99
วันที่เขียน
20 กันยายน พ.ศ. 2561 22:06:18
ทั้งหมด 2 รายการ
1 / 1
อ่านป้ายฉลากยา 10,000 รอบ แต่ไม่กินยา มันก็คงรักษาโรคอะไรไม่ได้
เช่นกัน แม้ว่าจะอ่านหนังสือ 10,000 เล่ม ฟังเทศน์ 10,000 เรื่อง ปรึกษาผู้รู้ 10,000 คน ประโยชน์ก็มีเพียงน้อยนิด
หากเราไม่ลงมือทำ ไม่ลงมือปฏิบัติ ไม่พยายามทำ การมัวแต่คิดอยากให้เป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้ไปเฉยๆ จะมีผลสำเร็จอะไร