ปรึกษาปัญหาชีวิต (สำหรับเจ้าของกระทู้)

อยากให้พ่อตายค่ะ
รายละเอียด
อยากปรึกษาและขอกำลังใจค่ะ คือเรื่องมันคือตัวเราเองทุกข์เพราะคนที่รักมาก เราทุกข์แทนย่าค่ะ เนื้อเรื่องไม่มีอะไรมาก ย่าเราเลี้ยงเราทะนุถนอมมาตั้งแต่เด็กจนโต โดยที่ไม่มีพ่อหรือแม่เลย จนวันนึงที่เราเข้ามาทำงานที่กทม ย่าของเราจึงต้องอยู่บ้านกับหลานอีกคน จนกระทั่ง พ่อของเราค่ะ ที่ตลอดชีงิตของเรา สร้างแต่ปัญหา มาขอเงินแล้วก็กลับ ไม่เคยสงเสียเราแม้แต่บาทเดียว สร้างแต่ความทรงจำเลวๆให้กับเรา ด่าย่ายิ้ม ด่าเรา ตีเรา ปล่อยให้เมียของเค้าม่ทำร้ายเรา มาเอาเปรียบย่า แม้กระทั่งผ้าอนามัยย่ายังต้องตามเก็บให้ จากนั้นก็กลับไป ทำใาหาเฃี้ยงชีพที่โทรขอเงินเรา เงินย่า เงินอา ซึ่งเป็นน้องของเค้า อยู่ตลอด อยู่กับเราไม่ได้ เพราะเราเองก็แรง จนเราได้มาทำงานที่ กทม พ่อกลับมาพร้อมลูกของเค้า มาให้ย่าซึ่ง จะ 80 แล้วช่วยเลี้ยง บอกว่าเลิกกับเมีย แม่ของเด็กซึ่งเป็นน้องเรา เห็นสภาพที่หลานถ่ายรูปส่งมาก็น่าสงสารผู้หญิงหลังจากที่เลิกกับพ่อเรา ก็ไม่มีสามีใหม่ ปล่อยลูกให้คนอื่นเลี้ยง คนที่เลี้ยงก็ทรมานเด็ก เอาน้ำร้อนราด เอาไม้ดีดอวัยวะเพศเด็กเล่น น่าสงสารจริงๆ ส่วนแม่เด็ก เอาแต่เสพยา เล่นการพนัน จนพ่อเรา ขอเงินย่า หลายหมื่นเพื่อไปตามหา แล้วได้ตัวกลับมาซมซานมาอยู่กับย่า ให้ย่าเลี้ยง ป้อนข้าว ป้อนนม และขอให้เราส่งเงินเพื่อส่งเสียน้องต่อเดือนที่ 5000 บาท เราเองก็ไม่ยอมค่ะบอกให้ได้เท่าที่อยากให้ ส่วนตัวเอง ก็ไม่เลิกพฤติกรรมแบบเดิมๆ ไม่หางานทำเพราะบอกว่าแก่แล้วทำงานไม่ได้ ขอเงินย่า กินเหล้า สูบบุหรี่ ซื้อไก่มาตี ดุด่าย่าเหมือนเดิม อยู่ประจำ เราเองอยูาห้องเช่า จะพาย่ามาอยู่ด้วย คนรอบตัวก็ไม่เห็นด้วยบอกจะเป็นการทรมานย่าเปล่าๆให้มาอยู่ห้องแคบๆ อยู่บ้านสบายใจกว่า อย่างไงก็ลูกแก กรรมใครกรรมมันให้เค้าได้ชดใช้ เราทำแค่ให้ความช่วยเหลือเท่าที่เค้าขอ และเราช่วยได้ ทุกวันเราภาวนาขอให้พ่อเราตายค่ะ ตายไปเลย อย่าได้สร้างความทุกข์ให้คนอื่น ส่วนเด็กเราจะของรับเลี้ยงเองเพราะอย่างไงก็คือคนที่ร่วมชะตาน้ำอสุจิเดียวกันน่าเวทนา เราอยากให้พ่อตายมากๆๆ ย่าเราจะได้ไม่ต้องมาทรมานแบบนี้ เราเชื่อว่า ย่าจะเสียใจแค่ไม่นาน ตอนนี้เราทุกขฺเพราะกังวลเป็นห่วงย่ามา ไม่รู้ว่าจะกินจะนอนอย่างไร ใครจะใช้ทำอะไร จะขอเงินเท่าไหร่ เอาไปซื้ออะไร จะพาเพื่อนมานั่งเสพยาอย่างที่เคยทำมั้ย เราทุกข์มากจริงๆ ไม่รู้จะปล่อยความทุกข์อย่างไง เราเองก็ลูกผู้หญิงหาเช้ากินค่ำลำพังยังต้องมามีพ่อเลวๆเป็นห่วงคล้องคอแบบนี้อีก อยากรวยจะได้มับ้านดีๆอยู่กับย่า เคยคิดสั้นถึงขนาดอยากขายตัว แต่คิดแล้ว คงขายไม่ออก 555 ตั้งใจทำงานต่อไป อยากได้คำแนะนำดีๆค่ะ ขอบคุณค่ะ
ความต้องการ
อยากให้พ่อหายไปหรือตายที่สุดค่ะ เกลียด อยู่ก็มีแต่ขอเงิน และทำร้ายคนที่เรารัก
ชื่อผู้ถาม
เฟิร์น
วันที่เขียน
12 ตุลาคม พ.ศ. 2561 23:14:00
จำนวนคนเข้าดู
65

คำตอบ

คำตอบที่ 1
1. เรื่องของพ่อ พฤติกรรมพ่อในด้านลบต่าง ๆ นั้น นั่นเป็นเรื่องของเขา ไม่มีใครบอกสอนเขาได้แล้ว เขาทำอย่างนั้นเอง เขาสร้างกรรมของเขาเอง 2. เรารักย่า อยากปกป้องย่า ไม่ผิดอะไร เราคิดดีแล้ว แต่การรู้สึก ความคิดอยากให้พ่อตายจากไปนั้น ไม่ถูกต้อง เราคิดไม่ถูก เป็นมิจฉาทิฐิ ต้องรีบจัดการระบบความคิดใหม่ อย่างไรเขาก็คือพ่อ ไม่มีพ่อ ไม่มีเรา เขาจะเลวอย่างไร ไม่ดีอย่างไรในสายตาของเรา เขาก็คือพ่อเรา อย่าให้ความรู้สึกและความคิดแบบนี้มาครอบงำจิตใจตัวเองอีก สักวันหนึ่ง เขาก็จะไปเอง การคิดอยากให้คนนั้นตายคนนี้ตายหายไปจากโลกนั้น แสดงถึงภาวะที่จิตของเรายังด้อยอยู่ ยังขาดเมตตาธรรมอยู่มาก และคนๆ นั้นคือพ่อของเราด้วย ยิ่งแล้วใหญ่ ต้องเปลี่ยนตัวเราเอง บาปกรรมนั้น ไม่สามารถใช้บาปกรรมล้างได้ เขาทำบาป ก็ไม่จำเป็นที่เราจะไปทำบาปหรือก่อเวรเพราะเขา เราอาจพาย่ามาอยุ่กับเราได้ แต่คิดว่า อยู่แล้ว พ่อเราจะไม่มาหาหรือ ฝึกฟังธรรมะบ่อย ๆ แล้วไตร่ตรอง นำมาจัดการชีวิตเรา คนอื่น เขาจะทำบาป ทำเลว นั่นเรื่องของเรา แต่เราอย่าไปทำบาปทำเลวเลย ------------ ชีวิตของเรา ไม่ว่าจะด้านดีหรือไม่ดี ก็เป็นบทเรียนให้คนอื่นได้ ชีวิตคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นด้านดีหรือด้านไม่ดี ก็เป็นบทเรียนให้เราได้ มันอยู่ที่ว่า เรารู้จักมองไหม เขาคนนั้นรู้จักมองไหม ตา มองให้เห็นจริง หู ฟังให้ได้ยินจริง ร่างกายสัมผัส ให้รู้จริง ๆ ธรรมะมีอยู่ทุกที่ ทุกลมหายใจเข้าออกของคนเรา ธรรมะ เป็นของฟรี ไม่ต้องซื้อ ขายให้กันไม่ได้ แค่เราใช้จิตของเราลงทุน ตั้งใจ ฝึกหัดและสร้างมันขึ้นมาในจิตของเรา คนอื่นยกธรรมะให้เราไม่ได้ ไม่มีใครสร้างธรรมะให้ใครได้ เราต้องฝึกเองทำเอง เหล่านี้คือธรรมะ สติ รู้ตัวจริงทุกขณะ ทุกอิริยาบถ สมาธิ ตั้งมั่นจริง ปัญญา รู้จริง วิริยะ ลุยทำจริง ขันติ อดทนได้จริง เมตตา รักชีวิตอื่นจริง กรุณา ช่วยเหลือชีวิตอื่นจริง มุทิตา ชื่นชมชีวิตอื่นจริง อุเบกขา ยึดหลักเที่ยงธรรมได้จริง แต่ละวัน ฝึกจิตตัวเอง ให้มั่นคง คล่องแคล่ว ว่องใจ แจ่มใสในธรรมะ ฝึกจิตให้เป็นอิสระ ไม่ให้จิตเป็นทาสของสิ่งเหล่านี้ " ความเหงา เศร้า ว้าเหว้ ซึม ท้อแท้ เสียใจ น้อยใจ เครียด แค้น เคือง จองเวร ผูกเวร คับแค้น โกรธ หงุดหงิด โมโห เก็บกด อิจฉา ริษยา เพ้อ ร้องไห้ คร่ำครวญ อยากตาย ไม่อยากอยู่ วิตก ฟุ้งซ่าน เห็นแก่ตัว เห็นแก่ได้ มักมาก หลงติด เสพติด ยึดติด ถือตัว กระด้าง เกียจคร้าน มักง่าย ติดสบาย สำออย สำอาง" Print เอกสารนี้ แล้วอ่านทุกวัน ฝึกทุกวันทุกเช้าเย็น ทำต่อเนื่องไป 9 เดือนเป็นอย่างน้อย นี่คือวิธีการปรับเปลี่ยนระบบความคิดและพฤติกรรมของตนเอง ไปสู่ความก้าวหน้าและความสุขสูงสุดในชีวิต ดาวน์โหลด https://www.buddhisthotline.com/download/buddhisthotline-lifeway.pdf ------------- วิธีฝึกจิตมีสติอยู่กับปัจจุบัน เป็นวิธีการขจัดความเครียดที่ใครก็ทำได้ โดยไม่อาศัยเครื่องดื่มหรือยากล่อม เพื่อย้อมใจให้ลืม ไม่อาศัยการเที่ยวเตร่ ไม่ใช้หนัง เกมส์ ไม่ใช้ เพลง ไม่ Chat ไม่ Line ไม่ Facebook ไม่ต้องไปหาความสุขนอกบ้านให้สิ้นเปลืองเงินทอง ไม่ต้องไปพึ่งหมอดู ไม่ต้องพึ่งฤาษี ไม่ต้องไปพึ่งหมอเดา ไม่ต้องไปพึ่งดวง ไม่ต้องไปพึ่งการบนบานศาลกล่าว ไม่ต้องไปพึ่งเจ้าพ่อเจ้าแม่ที่ไหน ไม่ต้องไปต่อชะตาหรือรดน้ำมนต์อะไรที่ไหน วิธีฝึกสติแบบง่าย ๆ นี้ เราทำได้เองที่ไหนก็ได้ ที่บ้าน ที่ห้องนอน ที่ห้องทำงาน ฯลฯ การฝึกจิตให้มีสติเป็นเทคนิคง่าย ๆ ในการมีความสุข และจะทำให้เรากลายเป็นคนที่เข้มแข็ง อดทน กล้าเผชิญหน้ากับความเป็นจริงทุกอย่างในชีวิต ได้อย่างน่าทึ่ง การฝึกจิตแบบง่าย ๆ เป็นเทคนิควิธีเบื้องต้นทางพุทธศาสนาเพื่อกำจัดความเครียด ที่สายด่วนชาวพุทธขอแนะนำสำหรับทุกคนไม่จำกัดเชื้อชาติและศาสนา ลองฝึกจิตแบบง่าย ๆ ตามนี้ ปิดเครื่องมือสื่อสาร ปิดเครื่องเสียง สิ่งบันเทิงต่าง ๆ ทั้งหมด หยุดงาน หยุดกิจกรรมอื่น ๆ พักภารกิจ ทิ้งความรับผิดชอบ วางทุกอย่างไปก่อนชั่วคราว ไม่ต้องแบกไว้ อยู่ในสถานที่อากาศถ่ายเท ปลอดโปร่ง ไม่มียุง หรือแมลงรบกวน นั่งสงบ ผ่อนคลาย ไม่เกร็ง (นั่งบนเก้าอี้ก็ได้) ตั้งตัวให้ตรง ตั้งสติ หลับตา (ไม่บีบเปลือกตา/หลับแบบธรรมชาติ) ตั้งใจเฝ้าจับ หายใจเข้า หายใจออก รับรู้มันตามจริง ถ้าจิตไปคิดเรื่องอื่น ให้ดึงมาที่ลมหายใจเข้าออกนี้ ; เมื่อหายใจเข้ายาว ก็รู้ ว่าเราหายใจเข้ายาว เมื่อหายใจออกยาว ก็รู้ ว่าเราหายใจออกยาว เมื่อหายใจเข้าสั้น ก็รู้ว่าเราหายใจเข้าสั้น เมื่อหายใจออกสั้น ก็รู้ ว่าเราหายใจออกสั้น ทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ให้ต่อเนื่อง สัก 20-40 นาทีก็ได้ ไม่บีบบังคับลมหายใจ ต้องปล่อยตามธรรมชาติ ทำทุก ๆ วัน ๆ ละหลาย ครั้งยิ่งดี
ชื่อผู้ตอบ
อาจารย์ผู้ให้คำปรึกษา 99
วันที่เขียน
12 ตุลาคม พ.ศ. 2561 23:31:54
คำตอบที่ 2
ฟังธรรมะตรงนี้ทุก ๆ วัน ฟังซ้ำ ๆ ต่อเนื่องไป 6 ปี https://buddhisthotline.com/index.php?page=news7all ฟังตรงนี้ด้วย https://buddhisthotline.com/index.php?page=frmnews6&newsid=143
ชื่อผู้ตอบ
อาจารย์ผู้ให้คำปรึกษา 99
วันที่เขียน
12 ตุลาคม พ.ศ. 2561 23:32:53
ทั้งหมด 2 รายการ
1 / 1
อ่านป้ายฉลากยา 10,000 รอบ แต่ไม่กินยา มันก็คงรักษาโรคอะไรไม่ได้
เช่นกัน แม้ว่าจะอ่านหนังสือ 10,000 เล่ม ฟังเทศน์ 10,000 เรื่อง ปรึกษาผู้รู้ 10,000 คน ประโยชน์ก็มีเพียงน้อยนิด
หากเราไม่ลงมือทำ ไม่ลงมือปฏิบัติ ไม่พยายามทำ การมัวแต่คิดอยากให้เป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้ไปเฉยๆ จะมีผลสำเร็จอะไร