หมายเหตุ สายด่วนชาวพุทธ

อะไร ? ทำให้คนปกติดี ๆ กลายเป็นคนบ้า เสียสติ
อะไร ทำให้คนปกติดี ๆ กลายเป็นคนบ้า

บ้า ในที่นี้เป็นปัญหาจากจิต สาเหตุสำคัญคือ การที่จิตเปลี่ยนคุณสมบัติไปในทางที่ตกต่ำ จิตที่ยึดติด ถือมั่นอย่างแน่นเหนียวในบางสิ่งบางอย่างหรือหลาย ๆ อย่างรวม ๆ กัน คือจิตได้ยึดติดในสิ่งที่มองเห็น (รูปร่าง/สี) สิ่งที่ได้ยิน (เสียงต่างๆ/สัญญาณต่างๆ) กลิ่น รส สัมผัส ชื่อเสียง เกียรติยศ ความเป็นเจ้าของ ความรู้สึกว่าเป็นตัวตน ภาษา เพศ ตระกูล เชื้อชาติ ถิ่นกำเนิด ฯลฯ


ยึดติดอย่างไร จิตเข้าไปยึดติดจนเห็นเพี้ยนไปจากความเป็นจริงที่จริงแท้ คือจิตถือติดแน่นในสิ่งที่ไม่เที่ยง ว่าเที่ยง ในสิ่งที่เป็นทุกข์ ว่าเป็นสุข ในสิ่งที่ไม่เป็นตัวตน ว่าเป็นตัวตน และในสิ่งที่ไม่งาม ว่างาม


ช่วงจังหวะที่ทำให้คนเป็นบ้า


1. บ้าจากการหลงติด/การสูญเสีย


ช่วงเวลาที่สูญเสียสิ่งที่ตัวเองยึดติด ยึดครอง หรือช่วงที่คาดหวังในสิ่งใดสิ่งหนึ่งไว้อย่างสูงมากและต้องพบกับความผิดหวังอย่างรุนแรง ช่วงเวลาที่สูญเสียนี้เองที่มักจะทำให้คนเป็นบ้ามากที่สุด เช่น สูญเสียลูกรักอย่างกะทันหัน เสียคู่ครอง เสียคนรัก เสียพ่อแม่ สมบัติสูญหาย ทรัพย์สินล่มจม ธุรกิจเจ๊ง เงินทองที่เคยมีมากมายหายไปในพริบตา สถานะทางสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างหน้ามือเป็นหลังมือ รูปร่างหน้าตาเปลี่ยนไปแบบผิดปกติหรือพิกลพิการ


เพราะความที่จิตยึดติดมาก ฝังจิตมาก หลงมาก และยอมรับความจริงไม่ได้ว่า ทุกสิ่งอย่างที่ตัวเองยึดติดถือครองอยู่นั้น มันไม่อาจทนอยู่ในสภาพเช่นนั้นตลอดไป มันไม่แน่นอนยั่งยืนเช่นนั้นตลอดไป มันมีเหตุปัจจัยมากมายที่ทำให้ต้องผันแปรไป ไม่ใช่จะมีและเป็นแบบนั้นไปได้โดยตลอด


วินาทีที่ประสบความผิดหวัง ไม่ได้ดั่งใจ
จิตจะดิ้นรนซัดส่าย ไม่ยอมรับความจริงที่ตัวเองประสบ สติคือการตามระลึกว่า เราเป็นคนอยู่ สัมปชัญญะ คือสำนึกรู้ตัวว่า เราเป็นคนอยู่ ก็จะปิดการทำหน้าที่ กลายเป็นคนที่จำอะไรไม่ได้ แม้กระทั่งชื่อ ที่อยู่ หมู่บ้าน พ่อแม่ ญาติของตัวเอง ในความคิดคำนึงมีแต่ความพร่ามัว จำได้ก็เลือนลาง บางทีก็นึกออก บางครั้งก็เลื่อนลอย จึงต้องบ่นพึมพำ พูดคนเดียว คุยคนเดียว ชี้ไม้ชี้มือว่าอะไรไปคนเดียว บางจังหวะเวลาก็หวาดผวา เกิดภาพหลอนเสียงหลอน หูแว่วเสียงประหลาด เข้าใจไปอีกขั้นว่าจะมีอะไรมาทำร้ายตัวเองหรือใคร ๆ


‎คนบ้าที่มีสาเหตุจากความผิดหวัง มักจะซึมเศร้า หงอย หวาดกลัว ไม่กล้าพบความจริง เนื่องจากจิตขาดพลังที่จะระลึกรู้ตัวเอง ไม่สามารถสำนึกตัวเองได้


สำหรับคนที่อวัยวะสำคัญในร่างกาย เช่น ระบบประสาท สมอง กระโหลกศรีษะถูกกระทบกระแทกอย่างรุนแรง โดยทั่วไปส่วนมากจะไม่เป็นบ้า เพียงแต่จะสูญเสียการควบคุมตัวเอง กลไกระบบประสาทของร่างกายทำงานผิดพลาดไปเท่านั้น สภาพจิตยังปกติ แต่ก็มีบางคนที่ในจังหวะเวลาที่ถูกกระทบกระแทกอย่างรุนแรงนั้น จิตมีความโกรธกริ้วต่อบุคคลหรือสิ่งที่มากระทำต่อตนเองนั้นสูงมาก จึงเป็นตัวเร่งกระตุ้นให้เกิดความอาฆาตเคียดแค้นผูกเวรอย่างหนัก ก็มีสิทธิเป็นบ้าได้เช่นกัน คือในส่วนร่างกายก็พิการ พร้อม ๆ กับสภาพจิตก็ขาดสติไปกลายเป็นคนวิกลจริตไป แต่กรณีนี้มีน้อย



2. บ้าจากโทสะ ความโกรธ เดือดพล่าน

ในช่วงเวลาจิตที่โกรธจัด ๆ จิตที่เต็มไปด้วยโทสะเหี้ยมเกรียมดุร้ายรุนแรง เมื่อถูกขัดใจ เมื่อไม่ได้ดั่งใจ มีส่วนทำให้คนเป็นบ้าได้มากอีกกรณีหนึ่ง คนกลุ่มนี้ร่างกายมักแสดงอาการผิดปกติ เส้นเลือดในตัววิ่งพล่านผิดปกติ ดวงตาแข็งกร้าว กระแสเลือดทำงานผิดปกติ ใจสั่น ปากสั่น มือสั่น ระบบธาตุภายในร่างกายผันแปร และจิตจะมืดบอด จะไม่นึกถึงอะไร นอกจากการทำลายสิ่งของ สัตว์หรือบุคคลที่ตัวเองโกรธเกลียดในขณะนั้น อะไรที่มาขัดใจ อะไรที่ไม่ถูกใจ ก็อยากจะทำลายให้ฉิบหายให้พินาสไปทั้งหมด


คนที่เป็นบ้าในลักษณะนี้ บางทีเรามักเรียกว่า บ้าคลั่ง คือบ้าแล้วทำลายสิ่งของ ทำร้ายทุบตีคนอื่น คนบ้าประเภทนี้ มักจะแผดเสียงดัง ตะโกนก้องไม่เป็นภาษามนุษย์ และกรีดร้องสุดเสียงจนหูแทบแตก


จิตที่มีความหลงยึดติดอย่างมาก กับจิตมีโทสะอย่างร้ายกาจนี่เอง คือองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้คนปกติดี ๆ กลายเป็นคนบ้าเสียสติ


ในชีวิตคนเราตั้งแต่เกิดจนตาย ทุกสิ่งอย่างเกิดขึ้นได้เสมอ ไม่ว่าใครก็ตาม อาจกลายเป็นคนบ้าได้ทั้งนั้น ดังนั้น เพื่อป้องกันตัวเองไม่ให้เป็นบ้า จึงควรที่ฝึกสติฝึกปัญญาของตัวเองให้เข้มแข็งเฉียบคมเพื่อให้รู้เท่าทันสภาพความเป็นจริงของสังขารของโลกและความจริงภายในจิตของตัวเองว่า มันมีโลภะ โทสะ โมหะ อยู่ และมันมีมากน้อยและเบาบางขนาดไหนในแต่ละวินาที แต่ละชั่วโมง แต่ละวัน จะหาทางบำบัด บรรเทา หรือลด ละ กำจัดมันอย่างไร 


โจรพบกัน มักทำลายกันอย่างเหี้ยมโหด
ศัตรูพบกัน ก็ทำลายกันให้แหลกราญ
แต่จิตที่วางไว้ผิดพลาด จะสร้างความเสียหายหนักมากยิ่งกว่าโจรหรือศัตรูทำต่อกันนั้นหลายล้านเท่าจนประมาณไม่ได้

การรักษาจิต สำคัญที่สุดสำหรับชีวิต
ไม่อยากเป็นบ้า ต้องรักษาจิต ฝึกสติให้จิตไม่มองผิด ๆ ไม่หยิบผิด ๆ ไม่พลาดเพี้ยนไปจากความเป็นจริง คืออย่าพลาดให้จิตไปถือติดแน่นในสิ่งที่ไม่เที่ยง ว่าเที่ยง ในสิ่งที่เป็นทุกข์ ว่าเป็นสุข ในสิ่งที่ไม่เป็นตัวตน ว่าเป็นตัวตน และในสิ่งที่ไม่งาม ว่างาม

ฝึกฟังธรรมะ ฝึกดูแลรักษาจิต ทำได้ทุกวันทุกเวลา ลองฟังและฝึกตามนี้

https://www.youtube.com/watch?v=hDpO-TQVp1Q

https://www.youtube.com/watch?v=xS7DQb3pt6E

https://www.youtube.com/watch?v=bxkb9d4UNE8

https://www.youtube.com/watch?v=OwIQNk9PhJ4
เขียนโดย : สายด่วนชาวพุทธ
เขียนเมื่อ : 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
อ่าน : 2678