หมายเหตุ สายด่วนชาวพุทธ

ข้อดีของการติดคุก‬
คุก ตะราง เรือนจำ ทัณฑสถาน หรือแดนควบคุมเป็นพิเศษตามแต่จะเรียกกันนั้น เป็นสถานที่กักขัง ควบคุม จองจำ ใครบางคนที่ทำผิดตามกฎเกณฑ์หรือกฎหมายของสถานที่แห่งนั้น ๆ เช่น ผิดตามข้อกำหนดของเจ้านาย ชุมชน ประเทศ หรือรัฐ แล้วแต่ยุคสมัย (การกระทำบางอย่างในสมัยหนึ่ง สังคมอาจไม่ถือว่าผิด แต่พอผ่านกาลเวลาไป ก็ถือว่าผิดกฎหมายก็มี ความผิดบางอย่างขึ้นอยู่กับสถานที่ก็มี)


เมื่อทำผิดกฎเกณฑ์ตามกฎหมายของสังคมแห่งนั้น ๆ ที่ตนเองอยู่ร่วมด้วย เมื่อถูกจับกุม ถูกสอบสวน มีพยานหลักฐานยืนยันให้ผู้ตัดสินคดีเชื่อได้ว่า ตนทำแบบนั้นจริง และตัวเองไม่มีพยานหลักฐานอื่นที่น่าเชื่อถือมากกว่ามาหักล้างได้ ก็จะต้องไปอยู่ในคุก รับใช้โทษตามที่กฎหมายกำหนด


บางครั้ง การถูกจองจำ ถูกคุมขัง อาจมองว่า โหดร้าย ไม่เป็นธรรม ไม่เคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ แต่มันก็มีความจำเป็นเพื่อให้คนส่วนใหญ่ในสังคมอยู่กันได้อย่างปกติสุขที่สุด


แน่นอนว่า ชีวิตในคุก ไม่เหมือนการเป็นอยู่ตามปกติข้างนอกที่ตนเองคุ้นเคยซึ่งมีอิสระจะไปไหนก็ได้ แต่ชีวิตในคุกต้องอยู่ในกฎระเบียบและการควบคุมที่เข้มงวด ขาดอิสระ


เราจะหาความสะดวกสบายในคุกหรือ ? ย่อมไม่มีให้อย่างที่ต้องการแน่นอน เพราะมีคนติดคุกกันมาก สถานที่คุมขังคับแคบ จึงมีแต่ความแออัดยัดเยียด อาหารการกินที่เลือกเองไม่ค่อยได้ น้ำท่ามีให้ใช้อย่างจำกัด การติดต่อสื่อสารกับข้างนอกไม่สะดวก นานทีปีครั้งญาติหรือคนรู้จักอาจจะโผล่หน้ามาเยี่ยมครั้งหนึ่ง หรือไม่มีใครมาพบมาเยี่ยมเลยเป็นเวลา 5-6 ปี นั่นก็เป็นปกติธรรมดา หรือจะอยู่ในคุกไป 40-50 ปี ก็เป็นปกติธรรมดาตามโทษที่ตนเองได้ทำไว้ก่อนเข้าคุก หรือจะอยู่จนตายในคุกไปเลย ก็ไม่ใช่สิ่งผิดปกติ เพราะโทษกำหนดไว้ยาวนานเช่นนั้น


ในแง่หนึ่ง การมีคุกไว้ ถือว่าเป็นเครื่องมือหนึ่งของความเมตตากรุณาต่อเพื่อนมนุษย์ในสังคมด้วยกัน
คนผู้กระทำความผิดร้ายแรงต่าง ๆ ในสังคม ไม่ว่าจะอาชญากรรม ฆาตกรรม ฯลฯ ถ้าเขาอยู่นอกคุก เขาอาจสร้างอันตรายต่อคนอื่น ๆ อาจสร้างความเสียหายต่อสังคมได้อีกเรื่อย ๆ เมื่อเป็นเช่นนี้ การให้เขาไปอยู่ในคุก ก็เพื่อตัดโอกาสที่เขาจะไปสร้างความเสียหายแบบนั้นได้อีก เป็นการช่วยเหลือเขาโดยตรงคือไม่ให้เขาไปก่อบาปกรรมทำเวรได้อีก


มองในแง่นี้ การให้เขาติดคุก ก็คือสังคมมอบความเมตตาความกรุณาต่อตัวเขานั่นเอง เขาติดคุก เขาได้อยู่ในสถานที่ที่ไม่มีโอกาสไปทำความเสียหายเลวร้ายกับใคร (เว้นแต่คนในคุกด้วยกันเอง ถ้าเขาจะทำ นั่นก็จะมีโทษเพิ่มขึ้นไปอีก) การอยู่ในคุก ช่วยปิดกั้นไม่ให้เขาต้องไปสร้างบาปกรรมเพิ่มอีกอย่างที่เคยทำมาแล้วก่อนติดคุก


ในขณะเดียวกัน การมีคุกและการนำคนผู้กระทำผิดไปติดคุกนี้ ในมุมหนึ่งถือว่า เราได้มอบความรักความเมตตาความกรุณาต่อสังคม คือช่วยรักษาชีวิตของคนจำนวนมากทั่วไปในสังคมให้ปลอดภัยมากขึ้น


ดังนั้น การมีคุก การติดคุก จึงมีข้อดี ไม่ใช่สิ่งเลวร้ายอะไรนัก ทุกประเทศทุกสังคมจำเป็นต้องมีคุก เว้นแต่ว่า จะไม่มีคนทำผิดศีลผิดธรรมผิดกฎหมายใด ๆ แล้ว เมื่อนั้น คุกจึงจะหมดความจำเป็นไปเอง


สำหรับคุกในประเทศไทยยุคใหม่แล้ว พิเศษกว่าคุกประเทศใด ๆ เพราะการติดคุกคือโอกาสสุดพิเศษครั้งสำคัญยิ่งใหญ่ของชีวิต เป็นโอกาสให้ผู้ติดคุกได้ฝึกอบรมจิตให้ยอมรับความจริง เข้าใจความจริง ได้เรียนรู้ชีวิตจริง เรียนรู้สังคมอย่างแจ่มแจ้งมากยิ่งขึ้น ยิ่งในบางเรือนจำมีการสอนปฏิบัติสมถวิปัสสนากรรมฐาน บางแห่งมีการสอนพระบาลี พระอภิธรรมสำหรับคนติดคุกด้วย จึงต้องถือว่านี่เป็นโอกาสอันพิเศษยิ่งกว่าอะไรแล้ว เพราะเรื่องของสมถวิปัสสนา พระบาลี พระอภิธรรม นี้ หลาย ๆ คน ขณะมีชีวิตอยู่นอกคุก มักจะไม่มีโอกาสได้ไปสัมผัสเกี่ยวข้องศึกษาอบรมเลย แต่พอติดคุก กลับได้มีโอกาส ดังนั้น การติดคุก จึงไม่ใช่สิ่งเลวร้ายอะไรนัก แต่มันคือกำไร คือโอกาสอันยิ่งใหญ่ของชีวิตเลยทีเดียว


จงอย่ากลัวการติดคุก ถ้าเราสติอ่อนแอ พลั้งพลาดประพฤติตนผิดพลาดไปในทางตกต่ำ หลงผิดไปทำสิ่งผิดกฎหมาย ทำผิดศีลธรรมตามเกณฑ์ของสังคมและกฎหมายแล้ว เราต้องพร้อมจะยืดอกเดินเข้าคุก เพื่อไปศึกษาและอบรมตัวเองในคุก เพราะอยู่ข้างนอก เราไม่มีสติไม่มีปัญญาเพียงพอที่จะฝึกฝนอบรมดูแลตัวเองแล้ว การไปอยู่ในคุกย่อมจะดีกว่า
คนทำผิดแล้วกล้าติดคุก คือผู้กล้า เมื่อทำผิด ไม่ว่าตนเองจะมีชื่อเสียง มีเกียรติยศ มีศักดิ์ มีฐานะ มีเงินทองมากมายเพียงใดก็ตาม เมื่อทำผิดก็คือผิด ต้องมีโทษตามที่กฎหมายกำหนดไว้ การติดคุกนี่แหละ จะทำให้เราได้ฝึกหัดตัวเอง ได้เข้าใจธรรมชาติของจิต ธรรมชาติของความโลภ ความโกรธ ความหลงที่มาหลอกเราให้ไปทำความผิดต่าง ๆ ทำให้ได้รู้จักมิตรภาพที่แท้จริง ได้เข้าใจและสร้างที่พึ่งที่แท้จริงสำหรับตนเอง ได้ศึกษาอบรมตนตามแนวทางแห่งสัมมาทิฐิ  ได้ฝึกคลายทิฐิ ละมานะ ปลง ปล่อยวาง ทำให้เห็นความเป็นจริงของชีวิตและสังขารธรรมต่าง ๆ ได้ง่าย


คุกในประเทศไทย ไม่ใช่ทุคติ (สถานที่/สภาพชีวิตที่ตกต่ำจนไม่สามารถเจริญธรรมให้งอกงามได้ ซึ่งได้แก่ ชีวิตแบบสัตว์นรก สัตว์เดรัจฉาน หรือสัตว์จำพวกเปรต) เพราะเมื่อเข้าไปอยู่ในคุกแล้วเรายังมีโอกาสได้สร้างบุญสร้างกุศลมากมาย ดังนั้น อย่าไปหวาดกลัวคุก อย่าหนีคุก


คุกทางกาย คนขลาดต่อความจริงอาจหนีไปได้ในบางช่วงเวลา แต่คนจริง เมื่อทำผิดกฎหมาย จะไม่หนี ย่อมกล้าหาญที่จะเดินเข้าคุกไปอย่างสง่างาม


คุกทางใจ คือจิตที่ถูกอาสวะห่อหุ้มไว้ เว้นจากอริยชนแล้ว ยากจะมีใครหนีไปได้ ไม่ว่าคนผู้นั้นจะอยู่ในคุกหรือนอกคุกก็ตาม
เขียนโดย : สายด่วนชาวพุทธ
เขียนเมื่อ : 29 มิถุนายน พ.ศ. 2559
อ่าน : 1480